แค่ใส่ใจ หัวใจยังมีรัก

Posted by วาเลนไทน์ on January 22nd, 2009 at 10:20am

แค่ใส่ใจ
ถึงคนที่แต่งงานแล้วและยังไม่ได้แต่ง เรื่องนี้เป็นเรื่องที่อ่านแล้วกินใจมาก ลองอ่านและซึมซาบความรู้สึกอย่างช้า ๆ “ เมื่อเธอต้องการหย่าขาดจากชั้นไป…. เธอควรเป็นคนที่จูงมือชั้นออกไป ”

ในวันแต่งงานของผม ผมจูงมือภรรยาของผมในอ้อมแขน รถแต่งงานจอดหน้าที่พักของเรา เพื่อนเจ้าบ่าวบอกผมว่า ผมควรจะอุ้มเธอเข้าไปในบ้าน ดังนั้นผมจึงทำตาม เธอเขินอายในอ้อมแขนผม

ผมช่างเป็นเจ้าบ่าวที่มีความสุขที่สุดในโลก… นี่เป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้วสิบปี… ในวันถัด ๆ มาทุกอย่างก็เหมือนเดิม เรามีลูกด้วยกัน…ผมทำงานอย่างหนักเพื่อที่จะหาเงินมาจุนเจือครอบครัว…

เมื่อเราเริ่มมีฐานะที่ดีขึ้น… ความห่างของเราก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน…

ทุก ๆ เช้าเราออกจากบ้านไปด้วยกันแล้วก็ถึงบ้านเวลาเดียวกัน ลูกเราเรียนที่โรงเรียนใกล้บ้าน ดูเหมือนความรักของเราช่างน่าอิจฉายิ่งนัก… แต่แล้ว ความสงบสุขก็เริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างมิได้คาดหมาย….


เจน เข้ามาในชีวิตของผม …. ผมยืนอยู่ที่ระเบียงบ้าน… เจนเข้ามาสวมกอดผมจากด้านหลัง.. หัวใจผมเต้นแรงด้วยความรัก… ที่นี่…เป็นอพาร์เมนท์ที่ผมซื้อให้เธอ…เธอบอกว่า คุณเป็นผู้ชายที่ผู้หญิงทุกคน ถวิลหา… คำพูดของเธอทำให้ผมนึกถึงภรรยาผม… ตอนที่เราแต่งงานกันใหม่ ๆ ..เธอบอกว่า วันที่ คุณประสบความสำเร็จ ผู้ชายอย่างคุณจะมีแต่ผู้หญิงวิ่งเข้ามาหา… ผมเริ่มรู้สึกลังเล… ผมรู้ว่าผมกำลัง ทรยศภรรยาผม… แต่ผมก็ได้ทำลงไปแล้ว…. ผมปลีกตัวออกจากเจน “ วันนี้คุณไปเลือกเฟอร์นิเจอร์เองแล้วกันนะ ผมต้องเข้าออฟฟิศ ” … แน่นอน… เธอไม่ค่อยพอใจนัก เพราะผมสัญญากับเธอว่าเราจะ ไปด้วยกัน… ในตอนนั้น…ความรู้สึกถึงการหย่าร้างเริ่มวิ่งเข้ามาในความคิดผม….ทั้งที่จริง ๆ แล้วผมไม่เคยมีความคิดนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว

แต่ผมก็พบว่าเป็นเรื่องยากที่จะบอกกับภรรยาของผม…. ไม่ว่าผมจะพูดกับเธอดีสักเพียงใด… เธอจะต้องเจ็บปวดใจอย่างแน่นอน… จริง ๆ แล้วเธอเป็นภรรยาที่ดีมาก… ทุก ๆ เย็นเธอจะวุ่นวายกับการ ทำอาหาร..ในขณะที่ผมนั่งอยู่หน้าทีวี ทานอาหารเสร็จเราก็นั่งดูทีวีด้วยกัน… หรือ… ถ้าผมจะเลือกเป็น…นั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์…. มองเรือนร่างอันงดงามของเจน… ช่างเป็นอะไรที่หน้าฝันถึงเสียจริง

วันนึงผมพูดทีเล่นทีจริงกับภรรยาของผมว่าจะเธอจะทำยังไงถ้าเราหย่ากัน… เธอจ้องมองผมอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน…และเธอก็ไม่ได้ตอบว่าอะไร..เธอ มั่นใจว่าการหย่าเป็นเรื่องที่ไกลตัวเธอมาก…ผม นึกภาพไม่ออกเลยว่าหากเธอรู้ว่าเรื่องที่ผมกำลังพูดอยู่นั้นเป็นเรื่องจริง… เธอจะเป็นอย่างไร วันนึงภรรยาผมมาที่ออฟฟิศ…สวนทางกับเจนที่เพิ่งจะออกไปพอดี… พนักงานทุกคนทำหน้าตาเลิกลั่ก… เหมือนกำลังพยายามซ่อนอะไรบางอย่างจากเธอ…. เธอเหมือนจะรับรู้มันได้… แต่เธอก็ยิ้มน้อย ๆ กับพนักงานทุกคน….แต่ผมก็สังเกตเห็นแววตาที่เจ็บปวดของเธอภายใต้รอยยิ้มนั้น

ในที่สุด…เจนก็บอกกบผมว่า…หย่ากับเธอนะ..แล้วเราอยู่ด้วยกัน..ผมพยักหน้า…. ผมจะลังเลอีกต่อไปไม่ได้อีกแล้ว….ผมตัดสินใจบอกภรรยาผมในอาหารค่ำ..ผมมีอะไรจะบอกคุณ… เธอนั่งทานอาหารอย่าง เงียบ ๆ…ผมสังเกตเห็นแววตาอันเจ็บปวดของเธอ…มันทำให้ผมพูดในสิ่งที่ผมต้องการพูดไม่ออก…แต่ท้ายที่สุดผมก็พูดออกไป…ผมต้องการหย่า…เธอดูไม่ตกใจกับสิ่งที่ผมเพิ่งจะพูดออกไปเลย…ผมย้ำกับ เธออีกครั้ง…เธอเขวี้ยงตะเกียบในมือทิ้ง…แล้วตะโกนใส่หน้าผมว่า..คุณมันไม่ใช่ลูกผู้ชาย…เราไม่ได้คุยกันอีกเลยคืนนั้น… เธอร้องไห้ อย่างหนัก… ผมรู้ว่าเธออยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตแต่งงาน ของเรา…แต่ผมเองไม่สามารถหาคำตอบให้กับตัวเองได้…เป็นเพราะใจผมได้ให้เจนไปหมดแล้วงั้นเหรอ…ผมคงไม่สามารถบอกเธออย่างนั้นได้..มันจะทำให้ผมรู้สึกผิดมากขึ้นไปอีก…

ผมร่างสัญญาการหย่าร้างขึ้น…ระบุว่า..เธอเป็นเจ้าของบ้าน…ทุก ๆ อย่างในบ้าน ทั้งรถ… หุ้นบริษัท 30% ผมยกให้เธอหมด…. เธอเหลือบมองกระดาษที่ ผมร่างขึ้น…แล้วฉีกมันทิ้ง…มันทำให้ผมรู้สึก เจ็บปวดมากขึ้น…ผู้หญิงที่ผมอยู่ด้วยมาเป็นระยะเวลาสิบปีกลายเป็นคนแปลกหน้ากันภายในหนึ่งวัน…ผมไม่สามารถคืนคำที่ผมพูดไปได้…เธอร้องไห้ด้วยความเสียใจอย่างที่สุด…สำหรับผมแล้ว…การ ร้องไห้ของเธอเหมือนเป็นการปลดปล่ยยความสับสนของตัวผมเอง…

หลังจากที่ผมกลุ้มใจกับการตัดสินใจครั้งนี้ของผม..ในที่สุด…มันก็เป็นรูปธรรมขึ้นมาจริง ๆ เสียทีคืนนั้น…ผมกลับถึงบ้านค่อนข้างดึก…เห็นเธอเขียนอะไรบางอย่างบนโต๊ะ..ผมหลับไปอย่างรวดเร็วด้วยความเพลีย…ผมตื่นขึ้นมาอีกทีแล้วพบว่า…เธอเขียนเงื่อนไขการหย่าร้างว่าเธอไม่ต้องการสิ่งใดจากผม…แต่เธอต้องการให้ผมให้ เวลาเธอหนึ่งเดือนเพื่อตั้งตัวสำหรับการหย่า…และในช่วงระยะเวลาหนึ่งเดือนนั้นทุกอย่างต้องดำเนินไปตามปกติ…ด้วยเหตุผลที่ว่าเธอต้องการให้ลูกจบการศึกษาซึ่งกำลังจะมาถึงเสียก่อน..เธอไม่อยากให้ ลูกต้องเห็นความล้มเหลวในการแต่งงานของพ่อแม่ก่อนเวลานั้นจะ มาถึง…

รัชต์..คุณจำได้มั้ย…วันที่เราแต่งงานกัน…คุณประคองชั้นไว้ในอ้อมกอดในวันที่เราเข้าเรือนหอ..ผมพยักหน้า..นั่นเป็นความทรง จำที่ดีที่สุดของชั้น…ชั้นมีเรื่องขอร้อง…ชั้นอยากให้คุณประคองชั้นไว้ในอ้อมกอดจากห้องนอนไปถึงด้านล่างทุกวันนับจากวันนี้ไปจนถึงวันที่เราต้องแยกจากกัน ผม ยอมรับด้วยความเต็มใจ…ผมรู้ดีว่า เธอคิดถึงวันดี ๆ เหล่านั้น…และเธอต้องการให้ชีวิตการแต่งงานเธอจบลงด้วยความทรงจำที่ดี

ผมบอกเจนถึงเงื่อนไขที่ภรรยาผมตั้งขึ้นในการหย่าร้าง…เธอหัวเราะถึงความไร้สาระของเงือนไข….ภรรยาผมบอกกับผมว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม… เธอจะต้องยอมรับผลของการหย่าร้างให้ได้… คำพูดของเธอทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดเป็นอย่างยิ่ง….

เราไม่ได้ถูกต้องตัวกันเลยนับแต่วันที่ผมขอเธอหย่า…ความจริงเหมือนจะเป็นคนแปลกหน้าต่อกันด้วยซ้ำไป…พอถึงวันที่ผมประคองเธอลงจากห้องวันแรก…มันจึงทำให้ผมทำตัวไม่ถูก…ลูกชายเราตบมือ แล้วพูดด้วยความดีใจว่า ว้าว… วันนี้พ่ออุ้มแม่ลงจากห้องด้วย….มันทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดมากขึ้น……เธอบอกว่าอย่าบอกลูกเราถึงเรื่องของเรา…ผมพยักหน้า…ด้วยความรู้สึกผิดอย่างเต็มเปี่ยม…ผมขับรถ ไปส่งเธอที่ป้ายรถเมล์..แล้วเลยไปออฟฟิศ

วันถัดมา…ความรู้สึกขัดเขินเริ่มน้อยลงไป…เธอซบบนอกผม…เราใกล้ชิดกันมากจนผมได้กลิ่นน้ำหอมของเธอ…ผมถึงได้ตระหนักว่า….เธอไม่ใช่เด็กสาวอีกต่อไปแล้ว…เธอเริ่มมีริ้วรอยบนใบหน้ามากขึ้น

ในวันที่สาม…เธอกระซิบบอกผมว่าสวนกำลังรื้ออยู่ให้เดินระวังด้วย…ในวันที่สี่…มันช่างเหมือนกับว่าเราเป็นคู่รักที่หวานชื่นมาก…ภาพของเจนเริ่มเลือนลางไป…วันที่ห้าและหก..เธอคอยเตือนผมในเรื่อง เล็กๆน้อยๆ เช่นเธอวางเตารีดไว้ที่ไหน..ผมควรจะระวังอะไรบ้างตอนทำอาหาร…และอื่น ๆ อีกมากมาย…ความสนิทสนมของเราเพิ่มมากขึ้นทุกที…ผมไม่ได้บอกเจนถึงเรื่องนี้เลย…

ผมรู้สึกว่าผมอุ้มเธอง่ายขึ้นทุกวันโดยไม่ได้สังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงในตัวเธอเลย…หรือบางทีคงเป็นเพราะผมแข็งแรงขึ้น…แต่แล้วผมก็พบว่ามันไม่ ใช่อย่างที่ผมคิด…เป็นเพราะว่าเธอผอมลงจนไม่ สามารถใส่เสื้อผ้าเดิมได้..นั่นต่างหากที่ทำให้ผมอุ้มเธอได้ง่ายขึ้น ผมรู้ดีว่าเธอพยายามซ่อนความขมขื่นเอาไว้… ลูกของเราร้องขึ้นว่า พ่อได้เวลาอุ้มแม่แล้วนะ…สำหรับลูกแล้ว…การได้เห็นพ่ออุ้มแม่เป็น ภาพที่เขามีความสุขที่สุด….เธอเอื้อมมือไปกอดลูกไว้แน่น…ผมทนมองภาพนั้นไม่ได้จริง ๆ ผมกลัวว่าผมจะเปลี่ยนใจในวินาทีสุดท้าย

และแล้ววันสุดท้ายก็มาถึง….ผมอุ้มเธอไว้ในอ้อมกอด…เท้าผมแทบจะก้าวไม่ออก……เธอบอกกับผมว่า…ความจริงแล้ว…ชั้นอยากให้คุณอุ้มชั้นไปจนเราแก่เฒ่า…ผมกอดเธอแน่น…และผมก็ตระหนักว่า.. ชีวิตคู่ของเราขาดการดูแลเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน…ผมขึ้นรถทันทีเพื่อจะไปยังจุดหมายใหม่..ผมลังเลเล็กน้อย..แต่ในที่สุดแล้ว..ผมก็มาพบเจนจนได้….เธอเปิดประตูออก…ผมบอกเธอว่า เจน..ผมขอโทษ… ผมจะไม่หย่า….เธอมองหน้าผม แตะหน้าผากผม.. คุณสบายดีหรือเปล่า

เจน…ผมขอโทษ…ผมขอโทษจริง ๆ… ผมจะไม่หย่ากับภรรยาผม…ชีวิตการแต่งงานของเราน่าเบื่อมันเป็นเพราะผมไม่ได้ให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็กน้อย…ผมขาดการเอาใจใส่ในตัวเธอ….มันไม่ได้ หมายความว่าเราไม่ได้รักกัน….ตอนนี้ผมเข้าใจแล้ว….ว่าตั้งแต่วันที่ผมอุ้มเธอเข้าบ้าน…เธอมีลูกให้ผม…ผมควรจะประคองเธอไปจนแก่… เจนตบหน้าผมอย่างแรงและกระแทกประตูใส่ผม….ระหว่างทาง กลับบ้านผมแวะร้านดอกไม้…. พนักงานขาย ดอกไม้ถามว่าจะเขียนว่าอะไร….ผมให้เธอเขียนว่า…ผมจะอุ้มคุณทุกเช้าจนกว่าเราจะแก่

Tags:

Under นิทานความรัก+ หัวใจยังมีรัก

1 Comment for แค่ใส่ใจ หัวใจยังมีรัก

  • 1. ปรียาภรณ์  |  February 13th, 2009 at 10:53 am

    อ่านแล้วทำความเข้าใจด้วย

Leave a Comment for แค่ใส่ใจ หัวใจยังมีรัก

Required

Required, hidden

Trackback this post  |  Subscribe to the comments via RSS Feed


Recent Blog Posts

Categories

Tags

Posts by Month

Blogroll